จิตวิทยา อิทธิพลต่อการเรียนรู้
จิตวิทยากับการรับรู้ หมายถึง การแปลความหมายเกี่ยวกับการสัมผัส โดยเริ่มจากการสัมผัสจากสิ่งรอบข้าง ที่มากระทบกับอวัยวะของร่างกายมนุษย์ และส่งผลไปถึงสมอง จากนั้นสมองจะเป็นตัวทำการสั่งการเพื่อให้ร่างกายของเรานั้นทำตาม กระบวนการของการรับรู้ คือ เป็นกระบวนการเข้าใจ ถึงความเข้าใจ ความนึกคิด การรู้สึก ความจำ และการเรียนรู้ กระบวรการรับรู้จะแบ่งออกเป็นลักษณะนี้ Sensing —–> Memory ——> Learning ——-> Decision making
และกระบวนการรับรู้เริ่มขึ้นมาดังต่อไปนี้ สิ่งที่อยู่รอบตัว สิ่งเร้า สัตว์ หรือสิ่งของ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า การสัมผัส การแปลสัมผัส จะเกิดขึ้นภายใต้คำสั่งของสมอง ทำให้เกิดการกระทำบางอย่างขึ้นมา การที่เราได้ยินเสียงปืน สมองจะแปลเสียง ให้เรารับรู้ว่าคือเสียงของปืน โดยเปรียบเทียบเสียงที่เราเคยได้ยินมาจากเมื่อก่อน ในขณะที่สองนั้นแปลความหมายของเสียงออกมา จิตต้องมีเจตนาปนอยู่ ซึ่งเกิดแปลความหมาย และ ต่อไปเราก็จะทราบว่าเสียงนั้นมันคืออะไรต่างหาก สมองจะแบ่งเสียงออกมา และจะจินตนาการเสียงนั้นว่า เป็นปืน อะไร ปืนชนิดใด สรุป กระบวนการรับรู้แบ่งออกได้ดังนี้

joker123

  1. สิ่งเร้า ( Stimulus ) สิ่งที่จะทำให้เรารับรู้ถึงสิ่งรอบข้างที่เกิด การได้สัมผัส จับต้องสิ่งของ สิ่งแวดล้อมต่างๆ คน สัตว์ สิ่งของ
  2. ประสาทสัมผัส ( Sense Organs ) ที่กระทำให้เรารู้สึกว่าได้สัมผัส เช่น ตา หู จมูก ปาก ลิ้นรับรู้รสชาติ และผิวหนังที่เกิดอาการร้อนและหนาว
  3. ประสบการณ์ คือสิ่งที่เราได้เคยสัมผัส ได้ยิน และเคยเห็นมาก่อนในอดีตที่จิตของเราได้บันทึกไว้
  4. การแปลความหมายของจิตวิทยา กับสมอง สิ่งที่พบเห็นในอดีต จะถูกเก็บไว้ในสมอง หากมนุษยืได้สัมผัสสิ่งเร้า หรือสิ่งที่เคยได้สัมผัสมาก่อน สมองจะสั่งการว่าสิ่งนั้นคืออะไร และผ่านไปหรือยัง

สล็อต

จิตวิทยา และปัจจัยขั้นพื้นฐานของความคิด
ในปัจจุบัน จิตวิทยามีส่วนร่วมกับการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น จิตวิทยาจะทำหน้าที่ ในการรับรู้นึกคิดกับสมอง และทำหน้าที่ตีความมันออกมา ส่งผลแสดงออกจากทางด้านร่างกาย จะประกอบไปด้วย แรงจูงใจ ไปจนถึงการเรียนรู้
แรงจูงใจคือ
แรงจูงใจคือ แรงผลักดัน จากจิตใต้สำนึกของมนุษย์ที่แสดงออกมาในอาการที่อยากทำ หรือมีแรงบันดาลใจในการกระทำสิ่งนั้น หากผู้ที่มีแรงจูงใจ จะกระทำสิ่งใดมากกว่าคนอื่น จะให้ความสำคัญ ความพยายามต่อสิ่งที่ทำ และการกระทำในจะมีเป้าหมายมากกว่า และแรงจูงใจของมนุษย์นั้นจะแบ่งออกได้ 2 ประเภท ได้แก่ แรงจูงใจทางกาย ลักษณะจะเป็นการแสดงออกทางการกระทำเป็นหลัก ทำออกมาเพื่อสนองความต้องการของตนเอง ส่วนที่ 2 คือ แรงจูงใจเกี่ยวกับจิตใจ ซึ่งลักษณะนี้ คือ ความต้องการทางสังคม เช่น แสดงถึงความต้องการมีอำนาจ มีลูกน้อง พักพวก เป็นต้น ปัจจัยที่แสดงออกถึงแรงจูงใจของมนุษย์ประกอบไปด้วย ปัจจัยชีวภาพ เช่น อาหาร เสื้อผ้า น้ำ และความปอดภัย

สล็อตออนไลน์

ทฤษฏีแรงจูงใจ กับจิตวิทยา
นักจิตวิทยา ได้วิเคราะห์และอธิบายถึงเรื่องจิตใจมนุษย์ เพื่อตอบคำถามที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางสังคมของมนุษย์ในปัจจุบัน การนึกคิดของคนสมัยนี้ ผลที่ทำ และผลที่ได้รับจากการกระทำคืออะไร ซึ่งเป็นกฎระเบียบของสังคมในปัจจุบัน
จิตวิทยา การเรียนแบบพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย
การเรียนแบบพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายนั้น ถือว่าเป็นจิตวิทยาอีกแขนงหนึ่ง เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายนั้นชื่นชอบ และมีความสนิทใจที่ได้คุยกับเรา โดนทางวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า ( psychology ) โดยการวิจัย กลุ่มเป้าหมายแสดงออกถึงความพอใจ และอุ่นใจที่ได้อยู่ใกล้เรามากขึ้นกว่าผู้อื่น ในการเจรจา หรือความคิด ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมาย เปลี่ยนไปได้อย่างสิ้นเชิง การพูดที่ หรือการเจรจาในกลุ่มต่างๆ สิ่งแรกที่ต้องมีคือ การทำให้กลุ่มเป้าหมายนั้น อยู่ร่วมกับเราได้ก่อน หรือสนิทใจ สิ่งต่อมาพวกเขา จะแสดงออกแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทีละอย่าง อย่างเช่น เผยความลับในสิ่งที่เค้าไม่เคยบอกใคร พูดถึงเรื่องในอดีตออกมาโดยที่เราไม่ต้องถาม หรืออยากรู้เรื่องอะไร พียงแค่การพูดแบบอ้อมๆ กลุ่มนี้จะบอกเองโดยอัตโนมัติ
สร้างความสับสน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของเรานั้นคล้อยตามเรา
การสร้างเป้าหมายให้เกิดการสับสน และค่อยๆชี้ทางที่เราวางไว้ให้เขาแทน เป็นอีกหนึ่งเทคนิค ที่ส่งผลต่อการใช้จิตวิทยาโดยตรง ใช้วิธีการบอก หรือแจ้งหนทางอื่นๆให้มากมายเข้าไว้ หากเกิดการสับสน เราควรจะรีบแนะนำแนวทางของเราให้เขาเข้าใจว่า สิ่งนี้แหละคือ สิ่งที่คุณกำลังตามหาอยู่ เชื่อเราเถอะ นักวิทยาศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า Bargain ลักษณะจะเน้นในการใช้สมองเป็นส่วนประกอบในการเจรจา

jumboslot

การแสดงดวงตาให้กลุ่มเป้าหมายทราบถึงความรู้สึก
การทำลักษณะนี้จะไม่ได้ส่งผลมากนักในเรื่องโน้มน้าว โดยทางการวิทยาศาสตร์ได้ระบุไว้ว่า การส่งสายตาเพื่อให้กลุ่มเป้าหมานั้น ไม่กล้ากระทำในสิ่งที่ไม่ดีออกมา เพราะเข้าคิดว่าเราอาจจะมองเขาอยู่ แต่มันก็จะใช้ไม่ค่อยได้ผลนัก หากเปรียบกับสิ่งอื่นๆ
จิตวิทยามีส่วนร่วมกับการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากน้อยแค่ไหน
บางท่านอาจจะยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “ จิตวิทยา ” สำหรับจิตวิทยา จะไม่มีมหาวิทยาลัยสอน ล้วนแล้วต้องศึกษาด้วยตนเอง หัดสังเกต วิเคราะห์ในสิ่งที่เกิดขึ้น เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างไร เรื่องราวของ จิตวิทยา นั้น นับว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากอยู่พอสมควร และยังถือได้ว่าเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งสำหรับสมัยนี้ ส่วนเทคนิคของผู้ที่ใช้ จิตวิทยา ในการดำรงชีวิตนั้น ไม่ใช่การหลอกหล่อ แต่เป็นเพียงการใช้เหลี่ยม หรือใช้ความคิดทุกๆระเบียดนิ้ว อ่านเกมส์ที่กำลังจะเกิดขึ้นออกก่อนผู้ที่กำลังจะเริ่มกระทำ เรียกกันง่ายๆ ก็คือ การอ่านเกมส์ก่อนที่จะเกิดขึ้น การใช้จิตวิทยา มีหลายวิธี วันนี้จะมาอธิบายคร่าวๆให้ผู้ที่สนใจเรื่องนี้ฟังกันแบบให้ลึกซึ้ง

slot

การใช้จิตวิทยา เพื่อปรับแต่งสภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ลดความเห็นแก่ตัวกันในสังคม
คือการควบคุมสิ่งต่างๆ หรือ พื้นที่ๆทุกคนนั้นให้ความสนใจในตัวคุณ โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ของตัวเองเพื่อให้คนอื่นทำตามคุณ เช่น ลดการเห็นแก่ตัวลง โดยสิ่งแวดล้อมจะบีบความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ ออกมาโดยที่ตนเองนั้นไม่รู้ตัว ทำให้แสดงออกถึงความเห็นแก่ตัวกันแบบไม่ได้ตั้งใจ โดยการวิจัยจากต่างประเทศว่า นักธุรกิจที่ภายในห้องของเขาเต็มไปด้วยอุปกรณ์การทำงาน นักธุรกิจผู้นั้นถือว่าเป็นคนที่เก็บเงินได้เก่งเลยทีเดียว
แสดงออกถึงการช่วยเหลือคนอื่น และเพื่อจะได้ขอความช่วยเหลือผู้อื่นในภายหลัง
นักจิตวิทยาชาว อิตาลี บอกถึงพฤติกรรม ที่แสดงความช่วยเหลือผู้อื่นก่อน เพื่อขอความช่วยเหลือในภายหลังนั้น แสดงให้เห็นว่า การทำดีต่อผู้อื่นก่อน จะแสดงอิทธิพลของตัวคุณเองออกมา หรือการมีอำนาจ ต่อผู้ที่คุณช่วยเหลือ หากวันใดที่คุณขอความช่วยเหลือ ผู้นั้นจะแสดงถึงความเต็มใจและตั้งใจที่จะช่วยเหลือคุณโดนยธรรมชาติของมนุษย์

No responses yet

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *